ซอสบาร์บีคิวทำเอง

ซอสบาร์บีคิวทำเอง

ซอสบาร์บีคิวสูตรทำเองนี้ทำง่ายและรวดเร็ว ให้รสชาติหวานและเผ็ดที่ลงตัวพอดี สามารถปรับรสชาติได้ตามความชอบ

ขั้นตอน

  1. เตรียมวัตถุดิบทั้งหมดให้พร้อม
  2. ผสมน้ำตาลทรายแดง ซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู น้ำเปล่า และ Worcestershire sauce ลงในเครื่องปั่น ปรุงรสด้วยผงมัสตาร์ด ปาปริก้า เกลือ พริกไทย และซอสพริก จากนั้นปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด
  3. พร้อมเสิร์ฟ!

คำถามที่พบบ่อย

ซอสบาร์บีคิวนี้ต้องปรุงสุกไหม?

ไม่ต้องครับ แค่ใส่ทุกอย่างลงในเครื่องปั่นแล้วปั่นจนเนื้อเนียนก็ใช้ได้เลย จะเคี่ยวไฟอ่อนสักครู่ก็ได้เพื่อช่วยให้ซอสข้นขึ้นนิดหน่อยและช่วยลดความฉุนของน้ำส้มสายชูกับมัสตาร์ด แต่ถ้าไม่เคี่ยวก็สามารถใช้ได้ทันทีหลังจากปั่นเสร็จ

ควรทาซอสตอนไหนไม่ให้เนื้อไหม้?

ทาในช่วงไม่กี่นาทีสุดท้ายของการปรุงครับ เพราะในซอสมีน้ำตาลทรายแดงถึง 355 มล. ผสมอยู่กับซอสมะเขือเทศ ซึ่งน้ำตาลจะไหม้ได้ง่ายเมื่อโดนไฟแรงก่อนที่เนื้อจะสุก แนะนำให้ปรุงเนื้อให้สุกก่อนแล้วค่อยทาซอสเคลือบในตอนท้าย หรือจะเสิร์ฟซอสแยกต่างหากก็ได้ครับ

ใช้มัสตาร์ดแบบสำเร็จรูปแทนมัสตาร์ดผงได้ไหม?

ไม่ได้ในปริมาณเท่านี้ครับ เพราะสูตรนี้ใช้มัสตาร์ดผงถึง 2.5 ช้อนโต๊ะเพื่อให้ได้รสเผ็ดร้อน ส่วนมัสตาร์ดแบบบรรจุขวดส่วนใหญ่จะมีน้ำส้มสายชูและน้ำเป็นหลัก ถ้าเปลี่ยนในสัดส่วนที่เท่ากันจะทำให้ซอสเหลวเกินไปและรสชาติไม่เผ็ดเท่าที่ควร ถ้ามีแค่มัสตาร์ดแบบขวดก็ให้ใช้เพียงเล็กน้อยและเตรียมใจไว้ว่ารสชาติจะอ่อนลงครับ

ใช้อะไรแทนน้ำส้มสายชูไวน์แดงได้บ้าง?

น้ำส้มสายชูแอปเปิลไซเดอร์เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับซอสบาร์บือคิว เพราะจะให้รสเปรี้ยวที่นุ่มนวลและมีความหอมผลไม้นิดๆ ส่วนน้ำส้มสายชูขาวธรรมดาก็ใช้แทนได้แต่จะมีความเปรี้ยวแหลมกว่า ดังนั้นควรเริ่มใส่ให้น้อยกว่า 120 มล. ตามที่ระบุไว้ แล้วค่อยๆ ชิมก่อนจะเติมส่วนที่เหลือครับ

ทำยังไงให้ซอสเผ็ดขึ้นหรือเผ็ดน้อยลง?

ความเผ็ดมาจากซอสพริกและพริกไทยดำครับ ซึ่งสูตรนี้ใช้ซอสพริกเพียง 2 เหยาะ รสชาติจึงเริ่มต้นแบบไม่เผ็ดมาก ถ้าอยากให้เผ็ดขึ้น ให้ค่อยๆ เติมทีละเหยาะแล้วปั่นใหม่ เพราะการเพิ่มความเผ็ดนั้นทำได้ง่ายกว่าการลดความเผ็ดครับ ส่วนถ้าอยากได้รสที่อ่อนลง ก็ไม่ต้องใส่ซอสพริกเลย แต่ยังคงใส่ปาปริก้าไว้เพื่อให้ได้สีสันสวยงาม

ซอสบาร์บีคิวทำเองเก็บไว้ได้นานแค่ไหน?

เก็บในโหลที่ปิดสนิทในตู้เย็นครับ เนื่องจากซอสนี้ไม่ได้ผ่านการปรุงสุก จึงควรดูแลเหมือนซอสสดมากกว่าซอสถนอมอาหาร และควรใช้ให้หมดภายใน 2 สัปดาห์ รสชาติจะดีขึ้นหลังจากทิ้งไว้หนึ่งวัน เมื่อมัสตาร์ดและน้ำส้มสายชูผสมเข้ากันดีแล้ว