สูตรชิลลี่รสผลไม้

สูตรชิลลี่รสผลไม้

ชิลลี่สูตรพิเศษที่มีความหวานจากพริกบานาน่า แอปเปิล และลูกพีช

ขั้นตอน

  1. ผสมซอสมะเขือเทศ ถั่วแดง ผงชิลลี่ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และพริกป่นคาเยน 1/8 ช้อนชา ลงในหม้อขนาดใหญ่ จากนั้นเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเริ่มเดือดปุดๆ
  2. ตั้งกระทะใบใหญ่ด้วยไฟกลางค่อนข้างสูง ใส่เนื้อบดลงไป ปรุงรสด้วยผงชิลลี่ที่เหลือ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และพริกป่นคาเยน 1/8 ช้อนชา ผัดจนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แล้วจึงเทใส่ลงในหม้อซอส
  3. ตั้งกระทะใบเล็กด้วยไฟกลางค่อนข้างสูง ใส่น้ำมันลงไป ผัดหอมแดงจนเริ่มเป็นสีน้ำตาล จากนั้นใส่ลงในหม้อซอสพร้อมกับแอปสูเปิล ลูกพีช และพริกบานาน่า เคี่ยวต่ออีกประมาณ 1 ถึง 2 นาทีจนร้อน

คำถามที่พบบ่อย

สูตรนี้ต้องใช้พริกป่นเท่าไหร่?

ในรายการส่วนผสมระบุไว้ทั้งหมด 2 ช้อนโต๊ะ โดยขั้นตอนการทำจะแบ่งเครื่องปรุงระหว่างซอสและเนื้อวัว ให้แบ่งปริมาณที่มีออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กันใส่ลงไปในแต่ละอย่าง และสามารถเติมเพิ่มได้ตอนท้ายหากต้องการรสชาติที่เผ่ดขึ้น

ไม่ใส่ผลไม้ในชิลลี่นี้ได้ไหม?

ทำได้ แต่แอปเปิลและพีชคือสิ่งที่ทำให้สูตรนี้พิเศษกว่าชิลลี่ทั่วไป หากไม่ใส่ผลไม้ ก็ควรลดน้ำตาลลง 1 ช้อนโต๊ะด้วย เพราะทั้งผลไม้และน้ำตาลต่างก็ช่วยให้รสชาติออกหวาน

ใช้อะไรแทนพริกบานาน่าเปปเปอร์ได้บ้าง?

ใช้พริกเขียวรสไม่เผ็ดหรือพริกหยวกสีเขียวครึ่งลูก พร้อมเพิ่มพริกคาเยนอีกเล็กน้อย ก็จะได้ความเผ็ดระดับเดียวกัน เนื่องจากพริกบานาน่าเปปเปอร์จะมีรสหวานมากกว่ารสเผ็ด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้พริกที่เผ็ดเกินไปโดยไม่ลดปริมาณพริกคาเยนลง

ทำชิลลี่นี้ในหม้อตุ๋นได้ไหม?

ได้ แต่ควรนำเนื้อวัวและหอมใหญ่ไปผัดในกระทะให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลก่อนตามขั้นตอน แล้วจึงย้ายทั้งหมดลงหม้อตุ๋น ส่วนแอปธิล พีช และพริกบานาน่าเปปเปอร์ ให้ใส่ใกล้ช่วงท้าย เพราะใช้เวลาปรุงเพียงนาทีหรือสองนาทีเท่านั้น มิเช่นนั้นผลไม้จะเละเกินไปจากการตุ๋นนานๆ

ชิลลี่สูตรใส่ผลไม้นี้แช่แข็งได้ไหม?

แช่แข็งได้และเก็บไว้ได้ดี แถมรสชาติจะยิ่งเข้าเนื้อมากขึ้นด้วย ควรพักให้เย็นสนิทก่อนนำเข้าช่องแช่แข็ง และเวลาอุ่นให้ใช้ไฟอ่อน หากถั่วทำให้ซอสข้นเกินไปก็สามารถเติมน้ำลงไปเล็กน้อยได้

กินคู่กับอะไรดี?

ข้าวสวย ขนมปังคอร์นเบรด หรือมันฝรั่งอบ เข้ากันได้ดีทั้งหมด และการราดซาวครีมด้านบนจะช่วยลดความเผ็ดลงได้ เนื่องจากสูตรนี้ทำทานได้ถึง 8 ที่ การเลือกเครื่องเคียงที่เป็นแป้งและรสไม่จัดจึงช่วยให้ทานได้อิ่มท้องมากขึ้น